ผ่านไปแล้วเรียบร้อยกับงาน "Let's Rock" งานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่นำ iPod nano 4th Gen มาเปิดตัวพร้อมกับ iPod touch 2nd Gen รวมถึง iTunes 8 และผลิตภัณฑ์เสริมอีกพอสมควร
ยิ่งใหญ่เป็นยักษ์ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ iTunes ที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง Distributor แทนที่ Wal-mart และ Best Buy ไปแล้ว ขณะเดียวกัน Steve Job ก็เปิดเผยตัวเลขจำนวนสมาชิกที่มากถึง 65 ล้านบัญชี โดยเป็นตัวเลขเฉพาะของสมาชิกที่แจ้งหมายเลขบัตรเครดิตไว้กับ iTunes Store ไม่น้อยเลยทีเดียวกับตัวเลขนี้ อีกไม่นานคงจะทะยานเยอะกว่าจำนวนประชากรในประเทศเราเป็นแน่แท้ และสำหรับ App Store ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อสองเดือนก่อน ก็สร้างสถิติกับยอดการ Download Application กว่าร้อยล้านครั้ง
อีกวันกว่าๆ ก็จะถึงหมายกำหนดการงานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ในครั้งนี้มีคำโปรยของงานนำเสนอไว้ว่า "Let's Rock"
ย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา 5 กันยายนของปีที่แล้ว Apple ก็จัดงานแถลงข่าวของ iPod รุ่นใหม่ด้วยคำโปรยของงานในครั้งนั้นว่า "The beat goes on" แล้วเราก็ได้พบกับ iPod nano ตัวสั้นป้อมซึ่งดูวีดีโอได้ แม้ว่าจะจอเล็กนิดเดียว iPod Classic ปรับโฉมเล็กน้อยพร้อมเพิ่มความจุ และทั้งสองตัวมาพร้อมกับ Feature ที่เรียกได้ว่าเป็น "ของเล่น" ใหม่นั่นก็คือ Cover Flow รวมถึงมีเกมส์ให้เลือกซื้อเพื่อมาเล่นเพิ่มเติมได้ทั้ง Classic และ nano และน้องใหม่ที่ Apple จัดให้อยู่ในสายผลิตภัณฑ์ของ iPod นั่นก็คือ iPod touch
เรียบร้อยโรงเรียน Apple ไปอีกรายการหนึ่ง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันทั่วมุมโลก อย่าง iPhone 3G ซึ่งมาพร้อมกับ firmware รุ่น 2.0 ที่มีหลายๆ คุณสมบัติใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับเครือข่ายระบบ 3G การมีระบบ GPS ในตัว และที่เป็นอานิสงส์มีผลใช้ได้กันไปทั้งชาว iPhone และ iPod touch ก็คือ รองรับการใช้งาน Application จาก 3rd Party
และที่สำคัญอย่างนึงสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยก็คือ มันรองรับการแสดงผลภาษาไทยโดยไม่ต้อง hack กันเสียที แต่อย่างไรก็ตามการรองรับมีเพียงในส่วนของการแสดงผลเท่านั้น ยังไม่มีรองรับการป้อนข้อมูลภาษาไทย แต่หากพิจารณาจาก International Keyboard ภาษาอื่นๆที่ firmware 2.0 รองรับไปแล้ว หาก Apple จะทำการป้อนข้อมูลภาษาไทยขึ้นมา ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรในทางปฎิบัติ
เรื่องกวนใจน่ารำคาญอย่างนึงก็คือ การที่ผู้ใช้ iPod touch ทั้งที่ซื้อก่อน Feb update และหลัง Feb update ซึ่งไม่ได้เป็น firmware 2.0 ตั้งแต่แกะกล่องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ Update เพื่อให้ใช้ firmware 2.0 นี้ได้ ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ที่เงื่อนไขของกฎหมายทางบ้านของ Apple ทำให้ลูกค้าในประเทศอื่นอีกทั่วโลก ต้องรับผลกระทบนั้นตามไปด้วย ยิ่งไม่เข้าท่าเท่าไหร่ด้วย สำหรับหลายคนที่ซื้อ iPod touch มาใช้ไปก่อนในห้วงปี 50 โดยที่ไม่รู้อนาคตของตัวเอง ว่าต้องเจอการเก็บเงินเพิ่มซ้ำซ้อนถึง 2 ครั้งเช่นนี้
ยิ่งใกล้กำหนดการณ์การวางตลาดของ iPhone รุ่นที่ 2 หรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่า iPhone 3G เนื่องด้วยคุณสมบัติหลักของมัน ก็คือมาพร้อมกับการรองรับเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 หรือ 3G นั่นเอง 11 กรกฎาคม 2008 เป็นกำหนดการณ์ที่วางไว้สำหรับ iPhone 3G ที่จะวางตลาดในหลายประเทศทั่วโลก และก็ตามกำหนดการณ์ของการทำตลาด iPhone ที่ Apple วางไว้ว่า iPhone จะมาทำตลาดยังเอเชียภายในปี 2008 ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเป็นไปตามกำหนดการณ์
ณ วันนี้อนาคตของ iPhone ชัดเจนในทุกๆด้าน จุดที่น่าสนใจต่อไปจึงอยู่ที่อนาคตของ iPod touch หลายคนมองว่า Product ตัวนี้ตายแน่นอน ทันทีที่ Steve Job แถลงข่าวเรื่อง iPhone 3G
และแล้วความชัดเจนของ SDK หรือชุดพัฒนาซอฟท์แวร์ สำหรับ iPhone และ iPod touch ก็เผยโฉมออกมาให้เราเห็นมากขึ้น ในรูปของ "Road map" ซึ่งเป็น Road map ที่ยังไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ก็ไม่ถือว่าไกลเสียทีเดียว กับห้วงเวลาของเดือน มิถุนายน ที่ Steve Job บอกว่าจะเป็นห้วงเวลา สำหรับ Firmware รุ่น 2.0 ของ iPhone ที่จะปล่อยออกมาให้ได้ใช้งานกัน นอกเหนือจากเรื่องของ SDK รวมถึง App Store แล้วก็ยังมีเรื่องของ การใช้งานกับตลาด Enterprise
โดยจะมีการเพิ่มเติมในส่วนของการใช้งานในตลาดระดับ Enterprise หรือกลุ่มลูกค้าองค์กร เป็นการทำให้ iPhone สามารถใช้งาน ร่วมกับเทคโนโลยี ActiveSync ของ Microsoft เพื่อให้ iPhone สามารถใช้งานกับ Exchange Server ซึ่งครองส่วนแบ่งจำนวนมากพอสมควรในตลาดอยู่ ณ ปัจจุบัน แม้ว่าจะดูเหมือนไม่ได้รับความสนใจ จากแวดวงผู้ใช้เท่ากับข่าวคราวของเรื่อง SDK แต่สำหรับ Apple แล้วจิ๊กซอว์ชิ้นนี้ เป็นชิ้นที่ Apple ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย หากสามารถใช้งานกับ Collaborative Server ที่ได้รับความนิยมใช้งานในองค์กรหลายองค์กรได้ ย่อมเป็นโอกาสของ Apple ที่จะก้าวไปมากกว่ากลุ่มผู้ใช้งานส่วนบุคคล
ตามกำหนดการณ์ที่ Steve Job แจ้งไว้ว่า iPhone SDK (และแน่นอนมันคือ SDK สำหรับ iPod touch ด้วยเช่นกัน) จะถูกปล่อยออกมาให้ใช้กันในเดือนกุมภาพันธ์ หากมองจาก firmware ล่าสุด 1.1.3 ของทั้งสองอุปกรณ์ ความเป็นไปได้ที่จะไม่เลื่อนกำหนดการณ์ดังกล่าว น่าจะมีสูง firmware 1.1.3 ได้รับการวางโครงสร้างเตรียมไว้สำหรับ 3rd Party Application และ Developer หลายคน หลายค่าย ก็กำลังตั้งท่ารอ SDK กันอยู่ เป็นโอกาสอันดีของ Apple ที่จะไม่เพียงแค่เป็นการกระตุ้นยอดขายอุปกรณ์ทั้งสอง แต่จะเป็นการเปิดประตู ก้าวเข้าสู่พื้นที่ใหม่ของ Mobile Device ที่แม้จะมีคู่แข่ง และเจ้าตลาดเดิมอยู่ แต่ด้วยความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีของ Apple ที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน Hardware และ Software และความที่คู่แข่งเองก็ไม่ได้มีอะไรน่าเกรงขาม ถึงขนาดที่ว่าจะไม่สามารถต่อกรได้ อยู่เลย สิ่งเดียวที่พอจะขัดขวางความสำเร็จได้ เห็นจะมีเพียงจังหวะก้าวของตัวเองเพียงเท่านั้น
สำหรับความเป็นไปได้ที่ iPhone และ iPod touch จะรองรับ Flash นั้น ทางเทคนิคแล้วไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไรหากจะทำ ประเด็นที่ต้องพิจารณาหลักๆแล้ว ก็คือเรื่องทางธุรกิจ ระหว่าง Apple และ Adobe หากบรรลุข้อตกลงเรื่องส่วนรายได้ รายจ่าย ใครจะจ่าย ใครจะรับ หากตกลงกันลงตัว ก็ไม่เห็นว่าน่าจะมีอะไรเป็นปัญหาทางเทคนิคที่จะทำให้มันทำไม่ได้ หรือถ้ามองจากมุมของ Apple หากจะมีคำว่าแต่ขึ้นมา ก็อาจจะเป็นเรื่องบางอย่างทางธุรกิจ ที่นอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างกัน เช่นว่า Apple ไม่มุ่งหวังให้ Flash เข้ามาเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนี้เบ็ดเสร็จ เหมือนกับที่ Flash ครองตลาด Desktop อยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Windows , Mac OS X หรือ Linux ก็น่าจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ Apple อยากจะผลักดันให้เกิดการใช้งานทดแทน Flash สำหรับ Mobile Device ของตัวเอง
Recent comments
3 weeks 18 hours ago
4 weeks 1 day ago
4 weeks 1 day ago
4 weeks 1 day ago
4 weeks 2 days ago
4 weeks 2 days ago
4 weeks 2 days ago
4 weeks 2 days ago
4 weeks 2 days ago
4 weeks 2 days ago