Mac OS X Leopard
Tagged:  •    •  

เคยไหมที่คุณเปิดโปรแกรมหลายหน้าต่างยุ่งเหยิงเต็มไปหมด จะจัดการกับหน้าต่างเยอะแยะเช่นนั้นอย่างไรดี?

ใน Tiger เรามี Exposé เรามีตัวเลือกอื่นๆ ในการจัดระเบียบหน้าต่างอันแสนวุ่นวายนี้ เช่น Virtual Desktop ซึ่งเป็นสิ่งที่คล้ายๆ กับการ Multiple Desktop ในลินุกซ์หลายๆ ยี่ห้อ

ใน Leopard เรามี Spaces ซึ่งมาเติมเต็มการทำงานของ Multiple Desktop ด้วยหน้าตาที่ดูเข้าใจง่าย (ผมคิดว่ามันเข้าใจง่ายนะ เพราะผมลากหน้าต่างโปรแกรมข้ามไปมาได้) ซึ่งต่างจากระบบอื่นที่ไม่มีหน้าจอเอื้ออำนวยความสะดวกขนาดนั้น (เห็นหมุนๆ ของลินุกซ์บางยี่ห้อ แต่ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรได้นอกจากหมุนไปหมุนมา)

แต่ปัญหาของ Spaces มันก็มี คือมันขาดสิ่งที่ระบบอื่นเขามีกัน นั่นคือการสั่งเปลี่ยนที่อยู่ของหน้าต่างโดยไม่ต้องใช้หน้าจอของ Spaces ปัจจุบัน เวลาเราจะย้ายหน้าต่างข้าม Spaces เราต้องกด F8 แล้วก็ลากหน้าต่างข้ามไป ซึ่งในระบบอื่นๆ เราสามารถกดที่แถบหน้าต่างคลิ้กขวาแล้วสั่งย้ายแต่ตรงนั้นเลย (เร็วกว่าด้วย)

จริงๆ จะบอกว่า Spaces ทำแบบนี้ไม่ได้เลยก็ไม่ถูก เพราะเราสามารถสั่งให้หน้าต่างโปรแกรมต่างๆ ไปปรากฏที่ Spaces ใดๆ ผ่านทาง System Preferences ได้ แต่ก็ค่อนข้างยุ่งยาก (นับดูว่าเสียไปกี่คลิ้ก)

แล้วยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ แล้วถ้าอยากให้หน้าต่างบางโปรแกรมแสดงบนแค่ไม่กี่ Spaces จะทำอย่างไร? ปัจจุบันสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้มีแค่ 2 ตัวเลือกคือ อยู่หนึ่ง Space หรืออยู่ทุกๆ Spaces ซึ่งระบบอื่นๆ สามารถจัดการได้ยืดหยุ่นกว่านี้

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ เพียงแค่จะบอกว่า ในอนาคตปัญหานี้จะถูกแก้ไข แต่ไม่ทั้งหมด แต่ก็น่าจะพอเพียงกับการใช้งาน

หวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขในเร็วๆ นี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสแวะไปยัง iStudio แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งทางร้านใช้เล่นไฟล์วีดีโอซึ่งจอดังกล่าวเชื่อมต่ออยู่กับ Mac mini ซึ่งวางไว้ด้านหลังจอดังกล่าว (จอถูกเจาะให้ยื่นออกมาจากอีกห้องหนึ่ง)

การใช้งานปัจจุบันมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่งคือ ความไม่สะดวกในการควบคุมเครื่อง Mac mini เพราะต้องทำการโยงคีย์บอร์ดและเมาส์ไปทางด้านหลังเพื่อต่อกับ Mac mini ทำให้คีย์บอร์ดและเมาส์ต้องลอยอยู่บนอากาศ โชคดีที่ Mac mini เครื่องดังกล่าวติดตั้ง Mac OS X Leopard และในร้านมีเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN) ผมกับพนักงานของร้านเลยได้ลองใช้คุณลักษณะหนึ่งใน Mac OS X Leopard คือ Screen Sharing เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว (เล่าคร่าวๆ เพราะลืมรายละเอียดไปแล้วว่าเราตั้งอะไรเป็นพิเศษหรือไม่)

หน้าที่หลักของ Screen Sharing คือ การแบ่งหน้าจอให้เครื่องอื่นๆ ในเครือข่ายสามารถสังเกตสิ่งเกิดขึ้นบนหน้าจอของเครื่องที่ได้เปิดบริการ Screen Sharing ไว้ คล้ายๆ กับ Apple Remote Desktop (ใน Mac OS X Leopard เรียกว่า Remote Management) เพียงแต่ Screen Sharing เป็นของฟรี ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม แต่ถ้าเรามี VNC Client ในเครื่องก็สามารถนำมาใช้กับทั้งสองอย่างที่กล่าวไปได้