สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 2.0 และ App Store
Tagged:  •    •    •  

เรียบร้อยโรงเรียน Apple ไปอีกรายการหนึ่ง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันทั่วมุมโลก อย่าง iPhone 3G ซึ่งมาพร้อมกับ firmware รุ่น 2.0 ที่มีหลายๆ คุณสมบัติใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับเครือข่ายระบบ 3G การมีระบบ GPS ในตัว และที่เป็นอานิสงส์มีผลใช้ได้กันไปทั้งชาว iPhone และ iPod touch ก็คือ รองรับการใช้งาน Application จาก 3rd Party

และที่สำคัญอย่างนึงสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยก็คือ มันรองรับการแสดงผลภาษาไทยโดยไม่ต้อง hack กันเสียที แต่อย่างไรก็ตามการรองรับมีเพียงในส่วนของการแสดงผลเท่านั้น ยังไม่มีรองรับการป้อนข้อมูลภาษาไทย แต่หากพิจารณาจาก International Keyboard ภาษาอื่นๆที่ firmware 2.0 รองรับไปแล้ว หาก Apple จะทำการป้อนข้อมูลภาษาไทยขึ้นมา ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรในทางปฎิบัติ

เรื่องกวนใจน่ารำคาญอย่างนึงก็คือ การที่ผู้ใช้ iPod touch ทั้งที่ซื้อก่อน Feb update และหลัง Feb update ซึ่งไม่ได้เป็น firmware 2.0 ตั้งแต่แกะกล่องจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ Update เพื่อให้ใช้ firmware 2.0 นี้ได้ ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ที่เงื่อนไขของกฎหมายทางบ้านของ Apple ทำให้ลูกค้าในประเทศอื่นอีกทั่วโลก ต้องรับผลกระทบนั้นตามไปด้วย ยิ่งไม่เข้าท่าเท่าไหร่ด้วย สำหรับหลายคนที่ซื้อ iPod touch มาใช้ไปก่อนในห้วงปี 50 โดยที่ไม่รู้อนาคตของตัวเอง ว่าต้องเจอการเก็บเงินเพิ่มซ้ำซ้อนถึง 2 ครั้งเช่นนี้

กลับมาที่ firmware 2.0 ประเด็นใหญ่เลย ในครั้งนี้ก็คือการรองรับ 3rd Party Application ซึ่งในห้วงเวลาเดียวกันนี้เอง Apple ก็ได้ปล่อยตัว iTunes 7.7 ซึ่งรองรับการใช้งาน App Store และเป็นประตูสำหรับการใช้งาน Mobile Application ทั้งบน iPod touch และ iPhone และที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยก็คือ ในครั้งนี้ iTunes Store ได้เปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยเพิ่มเข้ามาด้วย

แม้ว่า iTunes Store ภาคภาษาไทย จะมีเพียงการให้บริการในส่วนของ App Store ซึ่งขาย Application เพียงอย่างเดียว ยังไม่มีหนังและเพลงมาให้บริการ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยๆ การที่ Apple ยอมรับการใช้งานบัตรเครดิตของธนาคารในประเทศไทย ก็เริ่มเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับ ความสะดวกที่จะได้ใช้จากบริการ iTunes Store ในอนาคต สำหรับผู้ใช้บริการชาวไทย (เท่าที่ลองไป 2 ธนาคาร พบว่าใช้ไม่ได้เสียหนึ่ง)

การใช้งานทั้ง iTunes Store และ App Store ทำได้ง่ายดาย ไม่ต่างกับการใช้งาน iTunes Store เดิมๆ ในการซื้อเพลง ซื้อหนัง สามารถใช้งานได้ทั้งจาก Computer และจากตัว iPhone , iPod touch เอง แม้ว่าการทำรายการ และการค้นหาสิ่งที่ต้องการในตัว Mobile Device จะทำได้ยากกว่าการใช้งานใน Computer

ราคาสำหรับ Application แตกต่างกันไปมีทั้งที่ฟรี และต้องเสียเงินซื้อหามา และเช่นเดียวกัน คุณค่า คุณภาพ ของ Application แต่ละตัวก็แตกต่างกันออกไป ของฟรีๆ ดีๆ ก็มีให้เห็น ของฟรีๆ ไม่ดี ก็มีให้เห็นเช่นกัน ของเสียเงินดีๆ ก็มีหลายอัน และแน่นอน ของเสียเงินที่ไม่เข้าท่าเข้าทางนักก็มีอยู่ด้วย ข้อเสียอย่างนึงของระบบนี้ก็คือเราไม่สามารถที่จะทดลองใช้งานได้ก่อน ใน App Store ก็มีเพียงแค่ Screen Shot เท่านั้น การจะเสี่ยงเสียเงินกับ App มูลค่า 10 เหรียญ 30 เหรียญ โดยไม่รู้ว่ามันใช้งานได้ดีมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นสิ่งที่ต้องชั่งใจกันเป็นอย่างหนัก

เชื่อได้ว่า จากนี้ไปเว็บไซต์สำหรับการ review Application ใน iPhone และ iPod touch คงจะมีให้เห็นกันมากขึ้น

จากปัญหาดังกล่าว ก็มีผู้ผลิตบางรายที่ใช้วิธีทำ lite version ออกมาให้ใช้งานกันฟรีๆ และมี full version หรือ pro version ที่จะต้องเสียเงินซื้อหามาใช้งาน ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอยู่ แต่หากว่ามีระบบที่รองรับการทำ Demo ให้ใช้งานได้ 3 วัน 7 วัน 15 วัน 30 วัน ว่ากันไป ก็น่าจะดีกว่านี้มาก

เท่าที่ใช้งานมา การใช้งาน Mobile Application บน iPhone , iPod touch สามารถทำงานได้ดีในแง่ของความ Stable และในแง่ของการทำ User Interface หลายๆ Application ก็ทำ UI ออกมาได้เข้าท่าเข้าทาง เหมาะกับการใช้งานในสภาพของอุปกรณ์ตัวเล็กๆ

สำหรับการเล่นเกมส์ กลับกลายเป็นว่า Multi-touch เป็นทั้งจุดเด่นและจุดด้อยในคราวเดียวกัน สำหรับเกมส์บางลักษณะ Multi-touch ตอบโจทย์ในการเล่นมาก ในขณะที่บางเกมส์อย่าง Bomber Man การไม่มีปุ่ม Physical กลับกลายเป็นปัญหาให้เกิดความเมื่อยล้าในการเล่นมากกว่าที่คิด สำหรับเกมส์ที่ใช้ sensor ทิศทางการเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง หลายๆเกมส์ทำออกมาได้น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันข้อจำกัดของการที่มันเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียว ทั้งจอแสดงผล และตัวเครื่องที่ต้องใช้ในการควบคุมเกมส์ ก็กลายเป็นข้อจำกัด ให้ไม่สามารถได้มุมมองของเกมส์ที่นิ่งพอ ในขณะที่เล่นได้ ความรู้สึกที่ตอบรับกับการเคลื่อนไหวนั้นมีความเป็นจริงมากเกินไป จนกลายเป็นข้อจำกัด ทำให้การเล่นเกมส์ทำได้ยาก ถึงยากมากไปในที่สุด

อุปสรรคอีกอย่างของการใช้งาน ก็คือเรื่องของระยะเวลาการใช้งาน หากใช้งานอย่างต่อเนื่องจริงๆ จะใช้ได้ไม่นานนัก ซึ่งการต้องเสียบสายชาร์จไฟกันบ่อยๆ หรือการเสียบสายชาร์จไปเล่นไป ย่อมไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการใช้งาน Mobile Device เช่นนั้นแล้วโจทย์ของการผลิตภัณ์ตัวอุปกรณ์ในรุ่นต่อๆไป สิ่งนึงที่สำคัญมาก ก็คือเรื่องของระยะเวลาการใช้งาน หากต้องการให้เกิดการใช้งาน Mobile Device ชนิดที่เป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันได้ จะต้องมีระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ให้นานได้มากกว่านี้

เพียงไม่ถึงสัปดาห์แรก iPhone 3G ก็ทำยอดขายถล่มทลาย ในขณะที่ยอดการดาว์นโหลด Application จาก App Store ก็พุ่งทะลุ 10 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว (ทั้ง Application ฟรี และที่เสียเงิน)

ก้าวแรกของ iPhone OS และ Application ใน App Store แน่นอนเมื่อเริ่มเดิน ก็จะต้องมีก้าวต่อไป ก้าวแรกเสียงตอบรับค่อนข้างบวก ก้าวต่อๆไปจึงน่าติดตามต่อไปเป็นยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตัวสินค้า ในรุ่นถัดไป การพัฒนา Firmware และการดึง การสร้างแรงจูงใจให้กับ 3rd Party Developer ที่จะมาร่วมกันสร้าง Application ให้ใช้งานใน platform ของ Apple

สงสัยว่าสิ้นปีนี้

เค้าจะทำได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้แน่ ๆ ครับ

เก่งจริง ๆ