อยากได้ตั้งแต่วันประกาศตัวละครับ กับเมาส์ใหม่ของ Apple ที่ตั้งชื่อว่า Magic Mouse (ไม่ใช่ Mighty ที่มีปัญหาเรื่องชื่อ อีกต่อไปแล้ว) พอดีตอนนั้น Mighty Mouse ตัวที่ใช้อยู่ ซึ่งตัวเก่ามาก มีปัญหา scroll-down มากมาย (ตัวใหม่ที่ยังดีๆ อยู่ หายไปกับเครื่องที่โดนทุบรถขโมยไป) แทบจะงัดทิ้งหรือไม่ก็ขว้างทิ้งอยู่ทุกวัน ก็เลยบอกพนักงาน iStudio ที่สนิทมากคนหนึ่ง คือ คุณแอน จาก SPV ให้เอามาให้ "ทันทีที่ออก" ซึ่งเมื่อคืนตอนสองทุ่ม คุณแอนก็เอามาให้ ไม่คิดค่าขนส่ง ขอบคุณมากนะครับ
รีวิวนี้ จะไม่มีการโชว์รูป unpacking นะครับ อันนั้นคงหาอ่าน หาดูได้เยอะแล้ว ผมคิดว่าคงจะเหมาะกว่า ถ้าผม ในฐานะหนึ่งใน dualGeek จะเล่าความรู้สึก โดยเน้นด้าน interaction design ว่าเป็นอย่างไร ว่าแล้ว ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ
- คุณแอนส่งกล่องสีน้ำตาล "ขนาดใหญ่" (ใหญ่พอที่จะใส่ AppleTV ได้เลย) มีบุฟองน้ำอย่างดีมาให้ผมสองกล่อง (Magic Mouse สองตัว อีกตัวหนึ่งของแฟน) พอแกะแล้วพบกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กๆ เท่ากับตัวเมาส์อยู่ ซึ่งเป็นลักษณะ packaging เดียวกับ iPod รุ่นใหม่ๆ ที่เป็นพลาสติกใส ขนาดแทบจะพอดีกับตัวอุปกรณ์ ไม่มีการใส่ software อะไรก็ตามในกล่อง แม้ว่ามันจะต้องใช้ software ด้วยเหตุผลที่ว่า "ไป download เอาก็แล้วกัน ประหยัดพื้นที่ packaging และค่า portable media"
- มันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ กับราคาเคลมอย่างหนึ่งของ Apple ในเรื่อง packaging ว่า "ประหยัดพื้นที่" และ "เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" คือ บอกตามตรง Apple ชูธงเรื่อง industrial packaging design เรื่องการลดพื้นที่ packge ทำให้ขนส่งได้มากขึ้นต่อครั้ง ดังนั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น .... ซึ่งถ้ามีแค่กล่องเล็กๆ นั่นก็ท่าทางจะจริง แต่ว่าถ้ารวมไอ้กล่องสีน้ำตาลบุฟองน้ำใหญ่ๆ นั่นด้วย ก็ไม่แน่ซะแล้ว
- กล่องแกะง่าย Mouse พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องไปความหาแบตเตอรี่เสียให้ยาก เพราะว่ามันยัดมาในตัวเมาส์ให้เลย เรียกได้ว่า เปิด switch พร้อมใช้งานได้ทันที
- อย่างแรกที่รู้สึกเลย ว่ามัน streamlined ลงมามาก น้ำหนักเบาลงเยอะมาก ด้านล่างของเมาส์น่าจะเป็น aluminum แบบเดียวกับ product หลายตัวของ Apple (แต่ประตูปิดถังแบตเตอรี่ น่าจะเป็นพลาสติกทาสี) แต่ว่าผิวของเมาส์ ยังคงมันวาวเช่นเดิม ... ไม่สิ "กว่าเดิม" ด้วยซ้ำไป เนื่องจากเป็นพลาสติกใส หนาประมาณ 2 มม. ครอบอยู่บนพื้นที่ขาว
- ความรู้สึกของผม หลังจากได้สัมผัสพื้นผิวมัน และลองลูบเป็นครั้งแรก คือ "ฝืด" และเป็นความรู้สึกของสัมผัสที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับเวลาที่นิ้วสัมผัสผิวด้านข้างของเมาส์ซึ่งเป็น aluminum ที่เนียนกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่นิ้วมัน หรือว่านิ้วมีเหงื่อ เลยเกิดความรู้สึกโง่ๆ ขึ้นมาว่า "ทำไมไม่ทำเป็น aluminum ทั้งตัว?"
- มันเลยลามมาถึง "ในเมื่อออกแบบ Apple Remote ใหม่ ให้เป็น aluminum เทาดำ เพื่อให้เป็น unified look กับ pro-line products" ... ทำไมถึงทำ Magic Mouse มาครึ่งๆ กลางๆ (ด้านล่างเป็น aluminum เทาดำ ด้านบนเป็นพลาสติกมันวาว)
- เมื่อเริ่มใช้งาน พบว่า "Scroll ไม่ได้!!!!" เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น???? และตอนนั้น แฟนผมซึ่งแกะกล่องลองใช้ก่อน ก็เริ่มจะงอแงว่า "ตัวเอง ทำไมมันเลื่อนขึ้นลงไม่ได้อ่ะ" (ตอนนั้น คุณแอนหน้าเสียทันที)
- ด้วยความที่เราใช้ Mac มานานพอควร หรือว่าความเป็นนกรู้ ที่บังเอิญได้อ่านมาก่อนจากบนเน็ต ผมก็ไม่แน่ใจ ทำให้สิ่งแรกที่ผมทำก็คือ เปิด Software Update และพบว่า มี Apple Wireless Mouse ให้ Update ตามคาด
- แต่ว่ากรณีแฟนผมเนี่ย เนื่องจากประสบการณ์ใช้ Mac "แบบใส่ใจกับระบบ" นี่แทบจะศูนย์ คือ มี Mac ไว้ "ทำงานของเค้า" เท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องอื่น จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าจะทำยังไง (สังเกตได้ง่ายๆ ก็พอผมเปิด Software Update เครื่องเค้าดู พบว่ามีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้อัพเดท)
- พออัพเดท ก็ใช้งานได้ ... ส่วนใช้งานแล้วจะเป็นยังไง รออีกแป๊บนะครับ
- ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น negative experience มากๆ ครับ และไม่น่าเชื่อว่าอย่าง Apple จะปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ได้ขนาดนี้ หลายคนอาจจะมองว่า อ้าว ก็แค่อัพเดท แค่นั้นไม่ใช่เหรอ? ใช่ครับ ก็แค่นั้น แต่กี่คนครับ ที่จะนึกถึง Software Update เป็นสิ่งแรก เมื่อเปิด switch เมาส์ใช้งาน? และกี่คนครับ ที่จะนึกว่ามันต้องอัพเดทอะไร เมื่อมันก็ใช้งานได้ เลื่อนได้ เพียงแต่มัน "Scroll ขึ้น/ลง ไม่ได้"? .... ง่ายๆ ไม่ต้องถึงกับยกตัวอย่าง "คุณแม่ คุณป้า คุณยาย" หรอกครับ แค่แฟนผมเนี่ยแหละ
โอเค ต่อ....
เรื่องการใช้งาน บอกตามตรงเลย ว่าผมซื้อเมาส์ตัวนี้มา เพราะเบื่อเรื่องลูกกลิ้งของ Mighty Mouse ซึ่งผมถือว่ามันเป็น design flaw ที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง ตอนแรกที่ใช้ ก็ไม่ได้คิดอะไรกับมันมากมาย แต่ว่ายิ่งใช้ไป flaw ตัวนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้น จนกลายเป็นประเด็นน่ารำคาญและทำลาย usability หลายอย่างมากมาย ... และผมชอบ scrolling บน iPhone (ที่ติดฟิล์มด้าน) และ multi-touch trackpad ของ MacBook Pro มากมาย ในแง่ของความรู้สึกเมื่อ scroll ดังนั้น ผมเลยทดสอบการ scroll กับ Magic Mouse ตัวนี้ก่อน และพบว่า
- ผมเริ่มใช้งาน scrolling ด้วยลักษณะเดียวกับการใช้งาน Mighty Mouse คือ คิดว่ามันมีลูกกลิ้ง และวางนิ้วค้างลงไป จากนั้นใช้ตรงกลางของปลายนิ้ว (ประมาณจุดศูนย์กลางของลายนิ้วมือ) ในการลูบเพื่อ scroll ความรู้สึกแรก "ฝืดและไม่ responsiveness เท่าที่ควร"
- หลังจากนั้น ใช้ไปใช้มา ก็ลองคิดว่ามันเป็นหน้าจอ iPhone มากขึ้น แทนที่จะวางแบบ Magic Mouse ก็ใช้ "ปลายนิ้ว" คือ ปลายนิ้วจริงๆ ดีดเอา พบว่าดีขึ้น ซึ่งจะว่าไป เหมาะมากสำหรับ "Careless scrolling" คือ การเลื่อนแบบอย่างผ่านไปเร็วๆ แต่ว่าหากต้องการเลื่อนแบบละเอียด เช่น เลื่อนขึ้นลงใน source code เพื่อหาบรรทัดสักบรรทัด หรือว่าอ่าน code ไปเรื่อยๆ กลับต้องใช้ความระวังมากขึ้น
- วันนี้ผมจะไปลองหาฟิล์มด้าน มาติดดู ว่าจะเป็นอย่างไร (คิดว่าคงใช้ฟิล์มของ iPhone ได้ อาจต้องมีการตัดเล็มขอบนิดหน่อย)
- และเมื่อใช้งานต่อไปก็เกิดเหตุการณ์ "หน้าต่างนั้นอยู่ไหนวะ" ด้วยความเคยชิน ... ผมก็เรียก Expose ด้วยการ "บีบเมาส์" และแล้วก็พบว่า "มันบีบไม่ได้"!!!!!
- เฮ้ย!?!?!?! ทำไม Apple ถึงพรากฟีเจอร์ที่ผมรักที่สุดและคิดว่าเป็นการออกแบบ user experience ที่ killer ที่สุดของ Mighty Mouse ไปจากผม?
- ผมควานหาแล้วควานหาอีก ถึงวิธีที่จะทำให้ผมใช้งาน Expose ได้จาก Magic Mouse ซึ่งผมพบว่า ผมสามารถที่จะตั้ง Expose (All Windows) ให้ใช้งาน "Middle Button" ได้
- เย้สสสสสสส (คิดในใจ) ... และแล้วก็ก้มมองเมาส์ ..... เออ ว่าแต่ ไอ้ปุ่ม Middle Button บน Magic Mouse มันคืออันหยังวะเนี่ย
- อืมมมม หาใน System Preferences ต่อไป ก็พบว่าผมสามารถตั้ง Secondary Mouse Button ได้ ว่าจะให้อยู่ซ้ายหรือขวา "เท่านั้น" เหอๆๆ ผมต้องการให้เมื่อผมกด "สองนิ้วพร้อมกัน" มันกลายเป็น Middle Button ครับ!!!!
- ตั้ง Middle Button ไม่ได้ แบบนี้มันต้อง Middle Finger เท่านั้นครับ!
- ตอนนี้ ผมเลยจำใจต้องตั้ง Secondary Mouse เป็น Expose ไปก่อน เพราะว่าตัวเองใช้ Expose มากกว่าจะ click ขวา .. อันนั้นผมชินแล้ว กับการที่ใช้ Ctrl+click
เรื่องอื่นๆ นะ ต้องปิดรีวิวแล้ว ต้องรีบไปเคลียร์งานบางอย่าง
- รูปร่างที่แบนขึ้น ราบขึ้น คงเพื่อให้ใช้งาน multi-touch ได้มากขึ้น แต่ว่า option multi-touch ที่ให้มา มันเหมือนจะยังคงกั๊กๆ หลายอย่าง ซึ่งคงจะแก้ไขเพิ่มเติมได้มากขึ้น กับ firmware หรือ driver รุ่นต่อๆ ไป ... ผมก็ยังคงหวังว่า เมื่อ 10.6.2 ออกมา จะเพิ่มเติม หรือแก้ไขอะไรหลายอย่างได้ครับ
- ทำให้นึกถึงว่า Apple จงใจให้เมาส์ตัวนี้ใช้งานกับ 10.6.2 นี่นา แต่ทำไมรีบออกมาก่อนที่ 10.6.2 จะพร้อม? เพราะว่าอยากจะให้ออกพร้อมกับ iMac อย่างนั้นสินะ
- ถ้า 10.6.2 เพิ่มฟังค์ชั่นของตัวเมาส์ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์จริง ... คำถามตัวใหญ่ๆ ในใจผมจะเป็น "ทำไมต้องให้ user experience ที่ครึ่งๆ กลางๆ กับ user ในตอนแรกด้วย?"
- เรื่องรูปร่างของเมาส์ ผมกำลังชินกับการจับมันแล้ว และคิดว่าดีเหมือนกัน ที่ออกแบบมาแบนๆ แบบนี้ เวลายัดลงกระเป๋า จะได้ไม่โป่งมาก
สรุปสั้นนะครับ
- ผมให้คะแนนมันรวมๆ แล้วประมาณ C - C+ ครับ ในขณะที่ผมชอบ multi-touch scrolling ผมไม่ให้อภัยในเรื่อง negative user experience อื่นๆ
- ผมมองว่า ณ ขณะนี้ (10.6.2 ยังไม่ออก อาจยังได้ฟีเจอร์ หรือการใช้งานไม่ครบ) Magic Mouse เป็น 2 steps forward ... และเป็น 3 steps backward
- "มันแบน มันบีบไม่ได้ มันไม่มีอะไรให้คลึงเล่น" .. แต่ "ยังดี ที่ยังขาว" ... อ่อ มิน่า ถึงไม่ทำ aluminum เทาดำ!
ไม่นิยม ไม่ชื่นชม ออกแนวรังเกียจ ภาษาที่ใช้
ขอบคุณในการรีวิวที่เป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจ Magic mouse นะครับ
ผมก็มือใหม่หัดใช้แมคครับ
อ่านรีวิวของพี่แล้ว ผมทนอ่านต่อจนจบไม่ได้เลยครับ
ไม่นิยม ไม่ชื่นชม และออกแนวรังเกียจ ภาษาที่ใช้...จนทนอ่านต่อไม่ได้ครับ งง ไม่รู้เรื่อง และหัวเสียครับ
เ้ข้าใจว่า คำบางคำ แปลเป็นภาษาไทยได้ยากนะครับ เช่น review, scroll, software update, download ก็เห็นด้วย กับการใช้ทับศัพท์ ด้วยภาษาต้นฉบับ ผมก็อ่านคำอ่านเป็นภาษาไทยยากเหมือนกันครับ เช่น รีวิว, สกอร์ล, ซอฟท์แวร์อัพเดท, ดาวน์โหลด
แต่คำหลายคำ ออกแนว ฟุ่มเฟือย และไม่เป็นการสื่อสารให้เข้าใจครับ
เช่น unified look, pro-line products, user experience, responsiveness, careless scrolling
บอกตามตรงนะครับ มันไม่ได้สื่อความหมายดีกว่า การใช้ภาษาไทยเลยครับ
เช่น การออกแบบที่โดดเด่น, ผลิตภัณฑ์, ประสบการณ์ผู้ใช้, การตอบสนอง, ...
หรือบางคำไม่ต้องใช้ก็ยังสื่อความหมายที่ดีได้ครับ
ผมทำงานที่ต้องใช้ศัพท์เฉพาะที่มากมายอยู่ครับ แต่จะระมัดระวังเวลาพูดศัพท์เฉพาะ เพราะเข้าใจว่า คนเข้าใจ มีไม่มาก และที่สำคัญ เป็นการ "อวดภูมิ" โดยไม่จำเป็นครับ และไม่เป็นการสื่อสารที่ง่ายต่อการเข้าใจ
ติเพื่อก่อนะครับ
เลิกเถอะครับ ลองเปลี่ยนมาใช้คำศัพท์ภาษาไทย ก็ดูดี ดูเป็นตัวของตัวเอง และเป็นเอกลักษณ์ที่ดีได้ครับ
ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ (ที่บางคำก็ไม่ถูก) ปนภาษาไทย
คนอ่านส่วนหนึ่ง อาจจะเข้าใจผิดว่า ผู้รีวิวมีเจตนา "โอ้อวดภาษา" เกินจำเป็นครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ
ขอบคุณที่ "ติเพื่อก่อ"
ลองอ่านบรรทัดสุดท้ายที่ตัวคุณเขียนมาเองให้ดีเสียก่อนเถอะครับ ผมกำลังคิดว่าคุณกำลังมีมุมมองเช่นนั้นอยู่ เพราะว่าหากคุณไม่ได้มีมุมมองและทัศนคติเช่นนั้นในหัวอยู่เลย อ่านก็คงไม่รู้สึกอะไร
หากคุณคิดว่าผมอวดภูมิ หรือโอ้อวดภาษา นั่นก็เรื่องของคุณครับ
แต่นั่นก็เป็นกระจกสะท้อนตัวคุณเองเช่นกัน ขอบคุณมากที่สะท้อนตัวเองมาให้ผมรับทราบ
เพื่อ?
พูดตามตรงเหมือนกันครับ
unified look ไม่เท่ากับ การออกแบบที่โดดเด่น
pro-line products ไม่เท่ากับ ผลิตภัณฑ์ (อันนี้ งงเหมือนกัน ทำไมแปลแต่คำหลัง - -")
user experience ไม่เท่ากับ ประสบการณ์ผู้ใช้
ที่บอกว่าไม่เท่ากัน ไม่ได้วัดจาก ความหมายตามพจนานุกรมครับ แต่วัดจากความเป็นมาของคำ
คำหลายคำ เริ่มต้นมาจากภาษาอื่น มีการใช้ในบริบท ของภาษาอื่นมาก่อน
ดังนั้น มันจึงสื่อความหมาย ในตัว ได้ดีกว่า การเอามาแปลเป็นภาษาไทยครับ
อย่างคำว่า user experience แม้ความหมาย มันจะเท่ากับ ประสบการณ์ผู้ใช้ แต่ถ้าใส่มาในบริบททั่วไป แล้วคนเขาไม่เข้าใจหรอกครับ
ถ้ามีคนมาสัมภาษณ์ผมว่า "คุณคิดว่า ประสบการณ์ผู้ใข้ ของ mac ดีกว่าของ PC อย่างไร" ผมคงงง อยู่ 3 นาทีครับ!
-----------------
อย่างที่ตอบ rep ข้างล่าง ว่า การใช้ภาษาไทย ทั้งหมด มันไม่ใช่คำตอบหรอก
แต่ถ้าจะใช้ไทย ปน อังกฤษ ฟุ่มเฟิอย เช่น " I คิดว่า U ไม่ get ที่ I said หรอก" อะไรแบบนั้น มันก็เกินไปครับ คนทั่วไปก็คิดได้
ผมว่า ผู้รีวิว เขาไม่ได้คิดจะ "อวดภูมิ" หรอกครับ แต่คำบางคำ มัน express เป็น ภาษาอังกฤษ ได้ดีกว่า เอามาแปลเป็นภาษาไทย
(หรืออาจจะแปลได้ แต่ถ้า first think ในหัว มันอาจจะเป็นภาษาอังกฤษก่อน เพราะรู้จักคำ ภาษาอังกฤษ ก่อน คำแปลภาษาไทย) มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายหรอกครับ
ผมรู้จักใช้ภาษาในเวลาที่เหมาะสม ถ้าเป็น academic paper (ต้องแปลไหม ว่า บทความทางวิชาการ) ผมก็พยายามใช้ภาษาไทยหมดครับ แล้ว วงเล็บภาษาอังกฤษไว้? งง ไหมครับ ทำไมต้องวงเล็บ ภาษาอังกฤษเอาไว้ ก็เพราะบางทีแปลเป็นไทย แล้วมันไม่ตรงไงครับ หรือตรงกับบางคน แต่ไม่ตรงกับบางคน
ในการประชุมเป็นทางการ เชิงวิชาการ ผมก็พยายามใช้ภาษาไทย ทั้งหมด
แต่ถ้าเป็นพูดคุยกับเพื่อน หรือ มาเขียน quick review ลงในนี้ เป็นผมก็คงใช้ภาษาแบบนี้แหละครับ มัวแต่แปลเป็นไทยหมด
นอกจากความหมาย อาจจะไม่ตรงกับที่ต้องการสื่อแล้ว ปัสสาวะ คงเหลืองพอดี - -"
---------------
ปล. ถ้าจะลงลึกอีกหน่อย แฟนผมเรียนปริญญาเอก ภาษาไทย ผมก็ไม่เห็นเขา มีอาการรังเกียจอะไรแบบนี้นะ
เรามักจะถกเถียงกันเรื่อง การแปลความหมาย แต่เธอไม่เคยมาบอกว่า ต้องใช้ภาษาไทยทั้งหมด คงเป็นเพราะว่า
ยิ่งเรียนมาก ยิ่งเข้าใจบริบท ที่มา และยอมรับความแตกต่างทางภาษา ได้มากกว่า
ผมสังเกตุ
ผมสังเกตุได้ว่า ทำไมต้องชอบใช้คำภาษาอังกฤษฟุ่มเฟือยจนถึงมากเกินไป คำบางคำสามารถใช้ภาษาไทยได้ก็ไม่ใช้ และภาษาอังกฤษบางคำก็สะกดผิด ผมลองปิดพจนานุกรมดูแล้วก็ไม่พบ เช่น usability นั้นคืออะไร กับอีกคำหนึ่ง responsiveness ก็สามารถเขียนได้ว่า การตอบสนอง เป็นต้น
ผมต้องขอโทษด้วยถ้าการแสดงความคิดเห็นของผมต่อหัวข้อนี้อาจจะทำให้เจ้าของหัวข้อไม่ชอบใจ แต่ด้วยเพราะผมเห็นว่าการใช้คำไทยคำภาษาอังกฤษคำนั้นมันฟุ่มเฟือยจนเกินไป ยกเว้นคำศัพท์ที่ต้องทับศัพท์ลงไปเพราะเป็นศัพท์เทคนิคอันก็ยังพอเข้าใจได้ถึงความจำเป็นต้องทับศัพท์ อ้อช่วยขยายความให้หน่อยครับ คำว่า usability คืออะไร ผมไม่เข้าใจจริงๆเพราะมันไม่มีในพจนานุกรม
ไม่มีในพจนานุกรม = สะกดผิด?
ปกติผมไม่ค่อยได้ตรวจสอบ ตรวจทานตัวสะกดทุกคำอยู่แล้วครับ การสะกดผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะเว็บนี้ไม่มีคนคอยช่วยตรวจสอบการสะกดคำ
ถ้าอยากมาช่วยกันจริงๆ สนใจมั้ยล่ะครับ ตำแหน่งนี้ยังว่าง ทำงานฟรี
แต่ว่าหากคุณบอกว่า เปิดในพจนานุกรม ไม่พบ แล้วแปลว่าผมสะกดผิด ผมว่าคุณคิดผิดมากๆ ครับ เพราะว่าหลายๆ คำ ก็ไม่มีในพจนานุกรม ถึงจะมี ก็ใช่ว่าจะมีความหมายที่ครอบคลุม
เพื่อ?
คุณ buggaboo ครับ ลองเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยน dictionary ดูไหมครับ
ถ้าคิดไม่ออก ผมแนะนำ Oxford ครับ
usable |ˈyoōzəbəl| (also useable)
adjective
able or fit to be used : usable information.
DERIVATIVES
usability |ˌyoōzəˈbilətē| noun
ผมก็สนับสนุน การใช้ภาษาไทยนะครับ แต่ผมไม่เห็นว่ากรณีนี้ มันจะ ฟุ่มเฟือยจนรับไม่ได้
และการใช้ภาษาไทย ทั้งหมด มันก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสิ่งครับ
ปล. และถ้าจะรณรงค์การใช้ภาษาไทย ลองเริ่ม จากตัวคุณก่อนดีไหมครับ "สังเกตุ" หรือ "สังเกต" ครับ
ยังไม่ได้
ยังไม่ได้แกะมาลองเลยแฮะ แต่จากที่ไปจับครั้งแรกก็รู้สึกแปลกๆ กับมันนะ ก็หวังว่าเพราะเป็น multitouch คงน่าจะเพิ่มฟีเจอร์เข้าไปได้ง่าย
ให้เกรด I ไปก่อนแล้วกัน (ออกเกรดไม่ได้) รอดู 10.6.2 ถ้ามันมีอะไรมากขึ้นก็น่าจะให้เกรดได้ง่าย (แม้จะมีคะแนนติดลบไปบ้างแล้ว)
Mac + iPhone + iPod + Airport = Apple Environment
อ่า
อ่า มันฝืดจริงๆนั่นแหล เวลามือเปียก . .
แต่ตอน Expose ฝนไม่มีปัญหา เพราะปกติตั้งไว้ที่ว่าให้ลากเมาส์ไปมุมซ้ายบน :D
เห็นด้วย
นุ่นไปลองมาที่ร้านเมื่อวานเหมือนกัน
ไม่ชอบแบนๆอะ ชอบแบบมีพื้นที่ให้อุ้งมือ อันใหญ่ๆ
ไม่ชอบที่ไม่มีปุ่มข้างกะตรงกลาง
สรุป ไม่ซื้อ รอรุ่นต่อไป น่าจะเปลี่ยนแบบ
แล้วหวังว่า software update รุ่นหน้าคงจะทำปุ่มข้างและตรงกลางมาให้นะ
คิดว่ามัน
คิดว่ามันฝืดๆ เหมือนกันค่ะ เหมือนเนื้อจะหลุดออกจากปลายนิ้ว
เรื่องหน้าตาหนูว่ามันน่ารักดี แต่กลัวเป็นรอยจัง