iPod อนาคตที่ Apple ต้องแข่งกับตัวเอง
Tagged:  •    •  

ผ่านไปแล้วเรียบร้อยกับงาน "Let's Rock" งานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่นำ iPod nano 4th Gen มาเปิดตัวพร้อมกับ iPod touch 2nd Gen รวมถึง iTunes 8 และผลิตภัณฑ์เสริมอีกพอสมควร

ยิ่งใหญ่เป็นยักษ์ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ iTunes ที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง Distributor แทนที่ Wal-mart และ Best Buy ไปแล้ว ขณะเดียวกัน Steve Job ก็เปิดเผยตัวเลขจำนวนสมาชิกที่มากถึง 65 ล้านบัญชี โดยเป็นตัวเลขเฉพาะของสมาชิกที่แจ้งหมายเลขบัตรเครดิตไว้กับ iTunes Store ไม่น้อยเลยทีเดียวกับตัวเลขนี้ อีกไม่นานคงจะทะยานเยอะกว่าจำนวนประชากรในประเทศเราเป็นแน่แท้ และสำหรับ App Store ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อสองเดือนก่อน ก็สร้างสถิติกับยอดการ Download Application กว่าร้อยล้านครั้ง

ยอดขายของ iPod ในสหรัฐอเมริกา ก็นำเป็นอันดับหนึ่งกว่า 73.4% ตัว iPod เองนับเนื่องถึงปัจจุบันก็ขายไปแล้วทั้งสิ้น 160 กว่าล้านเครื่อง ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวกับตัวเลขดังกล่าวทั้งตัวเลขของ iPod และตัวเลขสมาชิก iTunes Store ตัวเลขดังกล่าวย่อมไม่ใช่ตัวเลขที่ Steve Job เปิดเผยเพียงเพื่อให้ Apple fan boy ได้ปรบมือเฮกันเล่นๆ หากแต่เป็นตัวเลขที่จะย้ำต่อผู้ที่เป็น Content partner กับ Apple เอง ให้เห็นว่า Apple ยังรักษาตลาดของตัวเองไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

หนทางต่อไปข้างหน้าสำหรับผลิตภัณฑ์คู่หูที่สร้างกระแสใหม่มาแล้ว กับอุตสาหกรรมดนตรี อย่าง iPod และ iTunes จึงอยู่ที่การแข่งขันกับตัวเอง ว่าจะพลิกต่อไปอย่างไรในสถานการณ์ต่อๆไป มากกว่าที่จะกังวลกับคู่แข่งอย่าง Zune และ Zune Market place ของ Microsoft

การออก iPod nano ตัวใหม่ที่มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ด้วยขนาดที่เล็กกระทัดรัด เหมาะกับการพกพา น่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายของ iPod nano ให้เพิ่มขึ้นได้ สำหรับ iPod Classic น่าแปลกใจที่ Apple เลือกที่จะไม่ขยับเพิ่มความจุให้เพิ่มขึ้นจากรุ่นสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ความจุ 160GB แต่กลับลดความจุดลงมาเป็น 120GB แล้วทำตัวเองให้บางลง น่าคิดว่า Apple มองเห็นอะไรในจุดนี้

ธุรกิจเกมส์ใน iPod ทั้ง nano และ Classic ยังคงไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นของเล่นเสริมให้กับผู้ใช้อุปกรณ์ทั้งสองรุ่น แม้ว่าคุณภาพเกมส์ที่ขายแต่ละเกมส์จะอยู่ในระดับค่อนข้างดี แต่ด้วยราคาที่สูงอยู่สักหน่อย รวมถึงจำนวนเกมส์ที่มีให้เลือกน้อย จึงยังไม่เห็นความชัดเจนกับตลาดนี้ของ Apple มากนัก อย่างไรก็ตามการออกมาของ iPod nano 4th Gen ดูเหมือนจะทำให้ความแตกต่างของเกมส์ที่จะเล่นได้ใน nano และ Classic มีความแตกต่างกันน้อยลง จากที่สังเกตเกมส์เก่าๆ บางเกมส์ที่เล่นได้แต่กับ Classic ก็สามารถเล่นได้กับ nano 4th Gen รวมถึงการตอบสนองที่ดูเหมือนจะทำงานได้เร็วขึ้น น่าจะหมายความได้ว่า ในลึกๆแล้วนอกจากรูปร่างที่เปลี่ยนไปของ nano ตัวใหม่นั้น ต้องมีอะไรที่ทำให้ 4th Gen มีความต่างในเรื่องของการประมวลผลจาก 3rd Gen อยู่บ้างแน่ๆ

iPod touch รุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมกับลำโพงภายในตัว และการที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Battery Life เหมือนจะเป็นการเตรียมตัวของ iPod touch กับอุตสาหกรรมเกมส์ผ่าน App Store ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ขาดก็เพียงแค่ปุ่มกดเท่านั้น iPod touch ก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่ชัดเจนสำหรับอุปกรณ์เกมส์แบบพกพาทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีสัญญาณให้เห็นถึงความเป็นไปได้ ที่จะเปิดตลาดที่ใหญ่ขึ้นกับอุตสาหกรรมเกมส์ใน iPhone และ iPod touch ผ่าน App Store แต่ปัญหาอีกอย่างที่นอกเหนือการควบคุมของ Apple ก็คือเกมส์ที่จะนำมาป้อนให้กับตัวอุปกรณ์นั่นเอง จริงอยู่จำนวนเกมส์ที่มีอยู่อาจจะดูเหมือนไม่น้อยเลยทีเดียว แต่สำหรับก็ยังไม่เพียงพอ และที่สำคัญหลายๆเกมส์ ก็ยังเป็นเพียงเกมส์ง่ายๆ ที่ยังไม่ถึงระดับมาตรฐานเกมส์ที่จะไปฟัดไปเหวี่ยง กับที่ขาใหญ่ในตลาดเขามีกันอยู่ 3rd Party partner ที่จะทำเกมส์ในระดับจริงจังจริงๆออกมา ให้กับอุปกรณ์ทั้งสองตัว จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองการเดินเกมส์การตลาดในก้าวต่อๆไปของ Apple กันต่อ

ผมไม่มีหล

ผมไม่มีหลักฐานมายืนยันนะครับ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ipod classsic นั้นยอดขายต่อหน่วยน่าจะโดนnanoแซงไปเยอะแล้ว
apple ถึงได้ลดขนาดความจุของ ipod classic ลงเหลือ 120 Gb ขนาดเดียว
พระเอกมันกลายเป็น nano ไปแล้ว จากเดิมที่มี ipod classicเป็นพระเอกมานาน
เพราะตอนนี้ ipod classsic มัน over optimum point ไปแล้ว
ในขณะที่ nano มาอยู่ใน optimum point แทน เพราะความจุได้ขยับมาเป็น 8Gb แล้ว
และราคาแค่ 149$ ทำคนตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก
ผมคิดว่าสำหรับคนทั่วไป ความจุ แค่ 8Gb 16 Gb สำหรับการฟังเพลงนั้นเหลือเฟือ
คงเหลือแต่พวกหูทองต้องการฟังเพลงความละเอียดสูง หรือ อยากได้ไว้เป็น External Harddisk
เก็บไฟล์งานด้วย เท่านั้น ที่ต้องการความจุสูงกว่านั้น ipod classic จึงไม่จำเป็นต้องมีความจุให้เลือกเยอะ
แค่120 Gb รุ่นเดียวก็พอแล้ว

ประเด็น iPod

ประเด็น iPod classic นั้น Jobs บอกว่าลูกค้าชอบรุ่นบางมากกว่า ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมไม่ใส่รุ่น 240GB มาให้เลือก แม้ Toshiba จะเปิดตัวแล้ว

ผมว่า Apple จงใจให้ตลาดเห็นว่าผู้ซื้อยังมีทางเลือกเสมอ หากคุณต้องการความจุ ก็ต้องเลือก iPod classic นี่แทบจะเป็นการปิดช่องว่างในทุกส่วนของตลาด

อย่างไรอนาคตของ Apple ก็อยู่ที่ iPhone/iPod touch และ App Store ครับ ผมว่าอย่างนั้น

-----
To see with eye unclouded by hates.